วันพุธที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2556

เพิ่มรายได้ด้วยอาชีพเสริมในสวนมะยงชิด

         นอกจากที่สวนจะจำหน่ายลูกและกิ่งพันธ์ุมะยงชิดแล้ว เราก็ปลูกสารพัดพันธุ์ไม้ ผลไม้และผักต่างๆแล้ว ตอนนี้เราได้ไอเดียทำเงินใหม่ๆ มาแนะนำท่านที่กำลังมองหาอาชีพเสริมรายได้อยู่ นั่นก็คือการทำเห็ด 
         เราลองทำ เห็ดภูฏาน และเห็ดขอน นำเชื้อเห็ด มาเพาะ โดยทำโรงเห็ดแบบง่ายๆ เองครับ  ตอนนี้ทำรายได้ให้คุณแม่จนติดใจ อยากทำโรงเห็ดเพิ่มอีกหลายๆโรง ตอนแรกเราแค่อยากมีไว้ให้ลูกค้าที่มาซื้อต้นมะยงชิดได้มาชมกัน แต่ว่าเห็ดขาดตลาดพอดี เลยนำส่งตลาดก็ไม่พอจะขายเลยครับ มีออร์เดอร์จากรีสอร์ทเป็นขาประจำ รายได้จากการทำเห็ดในแต่ละเดือนได้เกินเป้าที่คาดไว้จริงๆ มาลองดูกันนะครับ



ตอนแรกเริ่มเลยก็สร้างโรงเห็ด แล้วนำเชื้อเห็ดที่ซื้อมาวางเรียงๆกัน
ผู้จัดการโรงเห็ดก็แม่กับน้าสาว ช่วยกันทำ 2 โรง ดูเห็ดขอนสิครับ
ไม่ค่อยออกดอกเราทำอย่างละโรง แต่นำเห็ดขอนมายำอร่อยมาก

ส่วนเห็ดภูฏานนี่ออกเยอะมา มีลูกค้ามาศึกษาดูกันเยอะ และอยากกลับไปทำบ้าง

ออกดอกเป็นช่วงๆนะครับ  ซื้อเชื้อครั้งเดียว สามารถเก็บเห็ดยาวถึง 6-7 เดือน



     เตรียมแพ็คใส่ถุงส่งตลาดครับ
         
** ข้อดีของเห็ดของเราก็คือ
-มีรสชาติดี รสชาติอร่อย
-ถ้านำไปปรุงอาหารจะมีกลิ่นหอมน่ากินมาก
-สามารถเก็บรักษาไว้ในตู้เย็นได้นาน
-สามารถเก็บรักษาโดยการตากแห้งไว้ เมื่อจะนำมาปรุงอาหารก็เพียงนำเห็ดนางฟ้าไปแช่น้ำ เห็ดก็จะคืนรูปเอง


วันพฤหัสบดีที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2556

สวนเกษตรเพียงพอของเรา


               เมื่อ1-2ปีที่ผ่านมา มีหลายท่านสนใจอยากทำสวนกันมากขึ้น ยิ่งต้นปีนี้ทางลูกค้าติดต่อสอบถามเรื่องการทำสวนมะยงชิดโทรมาจากในแต่ละจังหวัดว่าจะปลูกได้มั๊ย อากาศและดินควรเป็นอย่างไร เพราะท่านที่โทรมาสอบถามคืออยากจะลงทุนปลูกมะยงชิด เพราะเลือกแล้วว่าราคาดีกว่าผลไม้อื่นๆ ก็เลยยกตัวอย่างของลูกค้าที่เคยซื้อไปหลายๆท่านให้ฟังว่าสามารถปลูกได้



             มีลูกค้าจากภาคอีสานมาซื้อที่สวนเล่าให้ฟังว่า เห็นข้างๆ บ้านปลูกมะยงชิดแล้วออกลูกดีมาก มีคนมาเหมาซื้อลูกมะยงชิดยกสวน4 แสน ฟังแล้วก็น่ายินดีด้วยที่อย่างน้อยเราก็มีมะยงชิดในภาคอื่นๆมาทดแทนของนครนายก (ซึ่งปีนี้ภาคอีสานกับภาคเหนือออกลูกเยอะกว่าบ้านเราครับ อากาศเค้าหนาวสุดๆไปเลย แต่นครนายกเจออากาศแปรปรวนช่วงนึง เลยออกน้อยกว่าทุกปีที่ผ่านมา) เค้าเลยจะทำสวนมะยงชิดบ้าง เลือกที่จะหาพันธุ์ดีๆ เลยมาที่สวนผมเพราะอยากได้พันธุ์แท้ของนครนายก มาตอนที่สวนติดลูกพอดี เลยให้ลองดูลูกที่ต้นลองชิมแล้ว บอกรสชาดอร่อยไม่เหมือนที่เคยทานมาเลย แน่นอนครับสวนผมหวาน กรอบจริง ก็เลยแนะนำวิธีปลูกการดูแล ใส่ปุ๋ยยังไง พี่เค้าวิ่งมาไกลก็เลยซื้อไปหลายร้อยกิ่ง
เอาแบบเต็มคันรถเลยพ่อก็คลุมสแสลนให้เพราะไปไกลๆ

ส่วนหนึ่งของลูกค้าจากอีสานครับ มาเลือกถึงสวนเราอัดเต็มรถกันเลย 

ซื้อมะยงชิดต้นใหญ่ๆ ดีกว่ายังไง?

                     บางท่านเดินทางมาซื้อ ขับรถเก๋งมาซื้อไม่เยอะเพราะรถเก๋งใส่ได้เต็มที่ไม่มาก เลยแนะนำให้ซื้อต้นใหญ่ไปเพราะว่าใช้ระยะเวลาปลูกไม่นานก็ออกลูกเลย เหมือนเราซื้อเวลาครับ ปลูกต้นเล็กก็รอนานกว่าจะเห็นผลแล้วต้นก็แข็งแรงกว่าด้วย ทุกไปไกลๆ ได้เลย ห่อกระดาษหนังสือพิมส์ก็นอนต้นลงใส่ท้ายรถไปได้เลย

ทำไมมะยงชิดนครนายกถึงอร่อยที่สุด
                    สำหรับเมืองนครนายกใครๆ ก็อยากมา เพราะเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ใกล้กรุงเทพฯ มีผลไม้อร่อยขึ้นชื่อ คือ “มะยงชิด”อร่อยที่สุดในประเทศ จริงไม่จริงให้ลองคิดถึงทุเรียน จันทบุรีนะครับ อร่อยแค่ไหน มะยงชิดนครนายกก็เช่นกันถ้าจะทานผลไม้ดีๆ ต้องมาที่สวนในนครนายก ผมเองก็เป็นคนชอบทานมะยงชิดเลยแสวงหาไปลองชิมในความรู้สึกผมคิดว่าของนครนายกอร่อยจริง หวานกว่ามากๆ ไม่จืดชืดหรือเปรี้ยวเกินไป ลูกค้าจึงตั้งใจมาหาพันธุ์ดีๆกันที่นครนายก




1 กิโลกรัม 10 ลูกเองครับ  ถ้าได้มะยงชิดออกผลจะขายได้ราคาดีมาก


เคยเจอมะยงชิดหลอกขายมั๊ยครับ?

                 อยากให้คนที่ผ่านมาเที่ยวนครนายกระวังกันนิดนึงถ้าไม่ใช่คอมะยงชิดจริงๆ อาจโดนหลอกให้ซื้อมะยงชิดจากตลาดไท แต่นำมาขายในนครนายกแล้วบอกว่ามาจากสวนของนครนายก ดูไม่ยากครับ ให้ดูราคาและรสชาติคือต้องขอชิมกันก่อนถ้าไม่ได้เข้าไปสวนจริงๆ มะยงชิดของนครนายกราคาจะสูงกว่าเพราะมีน้อย ชาวสวนมะยงชิดส่วนใหญ่ขายหน้าสวนก็หมดแล้วครับ แต่ที่เห็นแขวนขายข้างทางคือมะยงชิดจากที่อื่นต่อราคาได้เลยครับ ไม่แพงมาก แต่รสชาติจะไม่ติดใจ กินแล้วเฉยๆ ถ้าคนไม่ชอบทานเปรี้ยวพอทานได้ก็น่าจะรับตรงนี้ได้ครับ แต่ไม่แนะนำให้ซื้อไปฝากนะครับเพราะจะเสียชื่อนครนายก ชาวสวนขอร้องเลยนะครับ







ทำสวนผสมก็พออยู่พอกิน


                         ที่บ้านนอกจากปลูกมะยงชิด และมะปรางหวานเป็นหลักแล้ว ในช่วงที่ไม่มีผลผลิต เราก็จะใช้เวลาปลูกผัก และผลไม้ เรียกว่าเกษตรพอเพียง ประหยัดดีครับ ใช้ทุกพื้นที่ และทุกเวลาให้คุ้มค่า









วันศุกร์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2556

สวนมะยงชิดรัตนา-นิยม ยินดีต้อนรับทุกท่านเลยนะครับ


ปี 56 นี้  สำหรับปีนี้ทางสวนเราไม่ได้ต้อนรับลูกค้ามากๆ เหมือนทุกปี เพราะมะยงชิดไม่พอขาย ก็เลยไม่ได้ส่งข่าวถึงลูกค้าหลายๆท่านที่เคยมาอุดหนุนกัน แต่ถ้ายังไงปีหน้า หรือทุกๆวัน ถ้าผ่านมาเที่ยวที่นครนายกก็แวะมาเที่ยวสวนได้นะครับ  อย่างน้องๆ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็ขอมาศึกษาดูงานที่สวน น้องๆกลุ่มนี้น่ารักมากครับ
 สาวน้อยเป็นไกด์ชมสวนมะยงชิดนครนายกกันเลย

หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใสกันทุกคนเลย วันนี้บรรยากาศดีไม่ร้อนซะด้วย
มาดูกิ่งพันธ์ุ ถามละเอียด เก็บข้อมูล เพื่อประเทศชาติ 555
มาสวนมะยงชิด เลยแถมด้วยการพาชมสวนมะนาวที่กำลังปลูก 500 ต้น

เมื่อก่อนตรงนี้เป็นนาข้าว แต่เราใช้ขุดดินมาถมเป็นที่สวน แล้วก็เลยมีบ่อน้ำสวยๆกว้างๆ มาด้วยเลยครับ
เรายกโคกไว้ปลูกต้นไม้ ไม่ต้องใช้ดินจากที่อื่นมาถม มีน้ำใช้เหลือเฟือเลย เป็นอีกแนวทางหนึ่งของคนที่เบื่อทำนาแล้ว อยากมาทำสวนแทน ก็ทำแบบนี้ก็ได้ครับ

มองไปเห็นวิวภูเขาไกลๆ รายล้อมด้วยทุ่งนาข้าว  แล้วก็มีสวนเรากับบ่อยาวๆ ลมเย็นๆ 
น้องๆ สงสัยกันใหญ่ว่าทำไมน้ำในบ่อใสจัง และเป็นสีเขียวด้วย
สู้ตายเลย...เพื่อน้องๆ แล้วอย่าลืมแวะมาเยี่ยมพี่อีกนะ ขอให้เรียนจบได้A ทุ๊ก..คนเล๊ย...
ส่วนคณะนี้เป็นชาวต่างชาติ มาเที่ยวสวน อยากได้กิ่งพันธ์ไปปลูก ถ่ายรูปไปเยอะเลย

สงสัยลูกอะไร...บวบครับ ..มันใหญ่ 

ก่อนกลับสาวน้อยขอสปีคอิงริช ซะหน่อย มอบมะไฟหวานให้ชิมด้วย

จัดไปเต็มรถเลย

วันศุกร์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2556

มะยงชิดปี56 ราคาสูงจริงๆ

ภาพจากแม่ค้าที่วางขายในตลาดสดนครนายกครับ ราคาแพงเกิน สุดบรรยาย เห็นแล้วก็ตกใจ


ปีนี้มะยงชิดนครนายกหายากจริงๆครับ มีลูกค้าโทรมาสอบถามกันเยอะมาก งานมีระหว่างวันที่ 22-26 มีนาคม 2556 ด้านข้างศาลากลาง แต่ที่สวนปีนี้มีน้อยไม่ได้ไปร่วมงานด้วย รบกวนลูกค้ามาที่สวนนะครับ ซึ่งราคากลางที่ทาง ททท.สำนักงานนครนายกแจ้งไว้จะอยู่ที่ 250-600 บาท/กก.  แต่ที่สวนคงขายราคาย่อมเยา ไม่แพงมาก แต่มีน้อยจริงๆ ก่อนซื้อให้ระวังของปลอมที่จะนำมาขายจากจังหวัดอื่น รสชาดไม่เหมือนกันนะครับ ชิมดูดีๆด้วย

วันศุกร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

พลิกผืนนาให้เป็นสวน "มะยงชิด" อาชีพเสริมรายได้หลังเกษียณ


              คุณพ่อนิยม แม้อดีตจะเป็นข้าราชการชลประทาน คลองเหมือง แต่ในขณะที่ยังไม่เกษียณก็ยังแบ่งเวลามาทำสวนเกษตรด้วยการปลูกมะยงชิด มะปรางหวานเพื่อเป็นรายได้เสริม โดยใช้พื้นที่ที่เคยเป็นที่นาเก่ามาปรับเปลี่ยนเป็นสวนมะยงชิด มะปรางหวาน หลังจากทำกิ่งพันธุ์มะยงชิดมาทดลองปลูกสลับกับต้นไม้อื่นที่มีอยู่เก่า เช่น มะม่วง มะดัน ปลูกเล่นๆ เป็นงานอดิเรก จนในที่สุดก็ไม่ผิดหวัง เมื่อเห็นมะยงชิดผลิดอกออกผลเหลืองอร่ามเต็มต้น จากนั้นจึงเตรียมขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มอีก 7 ไร่ จากที่ดินที่เคยทำนา พลิกจากพื้นนามาเป็นสวนมะยงชิดมะปรางหวาน หวังให้เป็นรายได้หลังเกษียณ ซึ่งในปัจจุบันก็มีรายได้จากการปลูกมะยงชิดเลี้ยงชีพในวัยเกษียณนี่แหละครับ

ก่อนอื่นขออธิบายถึงการเตรียมพื้นที่ ซึ่งมีหลายแบบ แต่ที่สวนเราประหยัด ทำแบบเกษตรพอเพียง คือจะเอาที่นาเดิมนั่นแหละครับ ขุดให้เป็บบ่อ ยกร่องเป็นโคกสูงเพื่อปลูกมะยงชิด แล้วเราก็จะได้ทั้งแหล่งน้ำ บ่อเลี้ยงปลา และปลูกต้นไม้ด้วย ไม่ต้องซื้อดินมาถมให้เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม ขั้นตอนการปลูกว่าในพื้นที่ 1 ไร่จะสามารถปลูกมะยงชิดได้ประมาณ 50-60 ต้น ขึ้นอยู่กับการวางแผนในการจัดการสวน โดยระยะการปลูกก็ไม่ต้องห่างกันมากตามหลักทฤษฎีอะไร เพราะว่าเวลาที่เราปลูก แล้วต้นโตขึ้น เราก็สามารถที่จะทาบกิ่งพันธุ์ขายได้ ต้นก็จะไม่ใหญ่เก้งก้างออกไป ปลูกติดๆกันไม่เป็นไรครับ ก่อนอื่นเลยเวลาปลูกเราค่อยๆทำไปเรื่อยๆ เริ่มจากปลูกกล้วยเพื่อให้ร่มเงาก่อน เพราะโตไวมาก แล้วพอต้นกล้วยเริ่มโต เราก็นำมะยงชิดมะปลูกใกล้ๆ ให้ต้นกล้วยเป็นร่มเงาบังแดด ต้นมะยงชิดก็จะมีร่มเงา ไม่ร้อนจนใบไหม้ ที่สำคัญถ้านำสแลน(ตาข่ายดำ)มาบังแดดด้วยในระยะแรกๆก็จะดีมากครับ เรื่องของระบบน้ำจะแนะนำแบบง่ายๆ เรียกว่าแบบประหยัด เพราะเราเพิ่งเริ่มต้นทุนอาจจะน้อย ยังไม่ใช้วิธีติดสปิงเกอร์ก็ได้ เราใช้สายดำเจาะรูแทนครับ ลดน้ำได้ไม่เลวเลยครับ การให้น้ำหลังปลูกใหม่ 2-3 ครั้งต่อวัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความชื้นของพื้นที่ช่วงที่แตกใบอ่อนนั้นต้องดูแลมากเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันเพลี้ยไฟมาดูดน้ำเลี้ยงที่ใบอ่อน ยอดอ่อนและช่อดอก ตลอดจนผลอ่อนของมะยงชิด และมะปรางหวาน ทำให้ใบไหม้หงิกงอ เสียรูปทรงและติดผลน้อย และผลผลิตจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุของต้น ถ้าเลือกกิ่งพันธ์ต้นใหญ่ไปปลูกก็จะออกลูกไวกว่า ซึ่งโดยปกติแล้วจะมีเคล็ดลับและวิธีการดูแลต้นมะยงชิดและมะปรางให้ออกดอกติดผลต่างกัน ส่วนการเลือกใส่ปุ๋ยก็จะทำให้รสชาติแตกต่างกันออกไป ถ้าใส่ปุ๋ยเคมี รสชาติจะออกหวานแบบชืด ถ้าใสปุ๋ยชีวภาพก็จะหวานแบบชื่นใจคือหวานแบบธรรมชาติ ที่บ้านเราหมักปุ๋ยเองเองเลยหวานเจี๊ยบทุกลูก

                ด้วยสภาพอากาศช่วงของฤดูหนาวค่อนข้างจะยาวนาน จึงเป็นผลดีกับผู้ปลูกมะปราง และมะยงชิด มะปรางออกช่อและติดลูกมีถึง 2 ช่วงด้วยกัน โดยช่วงแรกผลจะสุกประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ และช่วงที่สองประมาณเดือนมีนาคม สำหรับรายได้จากการจำหน่ายผลผลิตในแต่ละปีหายแสนบาท ซึ่งไม่รวมการจำหน่ายกิ่งพันธุ์ที่ได้ในแต่ละเดือน เพราะหนึ่งกิโลกรัมละมีประมาณ 8-15 ลูก ราคาเฉลี่ย 150-350 บาท แต่ละต้นจะให้ผลผลิตเฉลี่ย 40-60 กิโลกรัม และเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวและผู้ที่จะมาปรึกษา ดูวิธีปลูก และซื้อกิ่งพันธุ์ทุกวัน


             สำหรับผู้ที่สนใจต้องการข้อมูลในการปลูกและดูแลบำรุงรักษาอย่างถูกวิธีและให้ผลผลิตเร็วสามารถติดต่อได้ที่ 08-97401140 ครับ